ขั้นตอนการทำงานในประเทศญี่ปุ่น

"ทักษะเฉพาะทาง" คือ สถานภาพการพำนักสำหรับชาวต่างชาติที่มีความเชี่ยวชาญและทักษะตามเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อทำงานในสาขาอุตสาหกรรมเฉพาะที่กำลังประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงานในประเทศญี่ปุ่น มี "ทักษะเฉพาะทางหมายเลข 1" และ "ทักษะเฉพาะทางหมายเลข 2" ซึ่งเป็นประเภทที่ต้องการระดับทักษะที่สูงกว่า ในที่นี้ ได้อธิบายขั้นตอนการเตรียมการและกระบวนการต่าง ๆ เพื่อทำงานในประเทศญี่ปุ่นภายใต้สถานภาพการพำนัก "ทักษะเฉพาะทาง" โปรดใช้เป็นข้อมูลอ้างอิง

ก่อนเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่น

ขั้นตอน1ต้องการทำงานในประเทศญี่ปุ่น

มีความสนใจในการทำงานในประเทศญี่ปุ่น

ในประเทศญี่ปุ่น ตนเองอยากทำงานประเภทใด อยากอาศัยอยู่ที่ใด จาก 16 สาขา ที่สามารถทำงานในฐานะ "ทักษะเฉพาะทาง" ได้ในประเทศญี่ปุ่น งานใดคืออาชีพที่ตนเองอยากทำ นอกจากนี้ ในการใช้ชีวิตและการทำงานในประเทศญี่ปุ่น มีเรื่องใดบ้างที่ควรระมัดระวัง ลองจินตนาการถึงงานที่ตนเองอยากทำไปพร้อมกัน และศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ "ทักษะเฉพาะทาง" ดู

ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับทักษะเฉพาะทาง

ทักษะเฉพาะทางเป็นสถานภาพการพำนักที่จัดทำขึ้นเพื่อให้ชาวต่างชาติ สามารถทำงานในประเทศญี่ปุ่นในฐานะบุคลากรที่มีความพร้อมในการทำงาน โดย ทักษะเฉพาะทางแบ่งออกเป็น "หมายเลข 1" และ "หมายเลข 2" ซึ่งหมายเลข 2 ต้องใช้ทักษะที่มีความชำนาญสูงกว่าหมายเลข 1 ในกรณีที่ทำงานภายใต้หมายเลข 1 จำเป็นต้องสอบผ่านการทดสอบทักษะและการทดสอบภาษาญี่ปุ่น (โดยหลักการแล้ว ผู้ที่สำเร็จการฝึกงานด้านเทคนิคหมายเลข 2 อย่างเรียบร้อย ไม่จำเป็นต้องสอบผ่านการทดสอบดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หากประสงค์จะทำงานในสาขาหรือประเภทอื่น จำเป็นต้องสอบผ่านการทดสอบของสาขาที่ต้องการทำงาน) หลังจากนั้น เมื่อได้ทำสัญญาจ้างงานกับบริษัทแล้ว จะสามารถยื่นคำขอ "ทักษะเฉพาะทาง" ได้

สอบผ่านการทดสอบทักษะและการทดสอบภาษาญี่ปุ่นสำหรับ "ทักษะเฉพาะทาง"

ในกรณีของทักษะเฉพาะทางหมายเลข 1 นอกจากต้องสอบผ่านการทดสอบทักษะของสาขาที่จะทำงานแล้ว ยังจำเป็นต้องสอบผ่าน การทดสอบภาษาญี่ปุ่นพื้นฐานของมูลนิธิการแลกเปลี่ยนนานาชาติ (JFT-Basic) หรือ การสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น (JLPT) ระดับ N4 ขึ้นไป (*) สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับภาพรวมของการสอบและตารางการสอบ โปรดดูได้ที่เว็บไซต์ด้านล่าง

  • *สำหรับสาขาการขนส่งทางรถยนต์ ในตำแหน่งแท็กซี่และรถบัส รวมถึงพนักงานด้านการขนส่งของ การรถไฟ จำเป็นต้องสอบผ่าน การสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น (JLPT) ระดับ N3 ขึ้นไป
  • *สำหรับ งานพยาบาล นอกจากต้องสอบผ่าน การสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น (JLPT) ระดับ N4 แล้ว ยังจำเป็นต้องสอบผ่าน การสอบประเมินภาษาญี่ปุ่นด้านการบริบาล

ขั้นตอน 2 ค้นหาบริษัท

ค้นหาหน่วยงานส่งออกแรงงาน

ถัดไป สำหรับผู้ที่มาจากประเทศที่จำเป็นต้องดำเนินการส่งตัวผ่านหน่วยงานส่งออกแรงงาน จำเป็นต้องค้นหาหน่วยงานส่งออกแรงงาน โดยจุดสำคัญในการเลือกหน่วยงานส่งออกแรงงาน ได้แก่ หน่วยงานนั้นมีใบอนุญาตอย่างถูกต้องหรือไม่ ค่าธรรมเนียมที่ต้องชำระมีความเหมาะสมหรือไม่ เป็นต้น ซึ่งควรเข้าไปตรวจสอบข้อมูลจากเว็บไซต์ที่แนะนำหน่วยงานส่งออกแรงงานของแต่ละประเทศ เนื่องจากขั้นตอนการดำเนินการอาจแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ ดังนั้น ควรเริ่มจากการตรวจสอบขั้นตอนที่จำเป็นในประเทศของตนเองก่อน

หางาน

เมื่อขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานส่งออกแล้ว การหางานจะเริ่มต้นขึ้น โดยหน่วยงานส่งออกจะให้การสนับสนุนในการหางาน หากไม่ใช้หน่วยงานส่งออก จำเป็นต้องหางานด้วยตนเอง ในกรณีที่หางานด้วยตนเองโดยไม่ใช้หน่วยงานส่งออก ลองค้นหาจากเว็บไซต์ประกาศรับสมัครงานของบริษัทต่าง ๆ หรือจาก งานนัดพบแรงงานสำหรับชาวต่างชาติ เป็นต้น

ทำสัญญากับบริษัท

เมื่อพบงานที่ต้องการแล้ว ให้ยื่นสมัครเพื่อเข้ารับการสัมภาษณ์กับบริษัท เมื่อผ่านการสัมภาษณ์แล้ว จะทำสัญญากับบริษัท ควรสอบถามรายละเอียดของงานให้ชัดเจน และตรวจสอบสถานที่ทำงาน ค่าจ้าง เป็นต้น บริษัทมีหน้าที่ต้องออกหนังสือแจ้งเงื่อนไขการจ้างงานให้แก่ลูกจ้าง ในขณะทำสัญญา ควรตรวจสอบเงื่อนไขการจ้างงานให้เรียบร้อย ขอแนะนำให้อ้างอิงบทความ “สิ่งที่บริษัทต่างๆ ห้ามทำเด็ดขาด” บน JP-MIRAI พอร์ทัล

ขั้นตอน3ยื่นขอสถานภาพการพำนัก เป็นต้น

ยื่นขอสถานภาพการพำนักและอื่น ๆ กับ สตม.

เมื่อได้ทำสัญญาจ้างงานกับบริษัทเรียบร้อยแล้ว ให้ยื่นคำขอ หนังสือรับรองการมีสิทธิได้รับสถานภาพการพำนักต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ สามารถยื่นคำขอโดยมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ของบริษัทผู้ว่าจ้างดำเนินการแทนได้ การออก หนังสือรับรองการมีสิทธิได้รับสถานภาพการพำนัก ใช้ระยะเวลาประมาณ 1 ถึง 3 เดือน ดังนั้น ขอให้ยื่นคำขอล่วงหน้าโดยเผื่อระยะเวลาไว้ เมื่อได้รับ หนังสือรับรองการมีสิทธิได้รับสถานภาพการพำนัก แล้ว ให้ยื่นคำขอ วีซ่า ต่อสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลในประเทศของตน ในการยื่นคำขอวีซ่า ขอให้ตรวจสอบข้อมูลจากเว็บไซต์ของสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลของแต่ละประเทศล่วงหน้า

ก่อนและหลังเดินทางมาญี่ปุ่น

ขั้นตอน1เดินทางไปประเทศญี่ปุ่น

การรับส่งในวันเข้าประเทศ

หนังสือเดินทาง ใบรับรองสถานภาพการพำนัก และวีซ่า เป็นต้น เป็นเอกสารที่จำเป็นต้องนำติดตัวไปเมื่อเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น เมื่อเดินทางถึงประเทศญี่ปุ่น จะมีการจัดเตรียมการรับส่งไว้แล้ว ดังนั้น ควรตรวจสอบล่วงหน้าเกี่ยวกับสถานที่นัดพบที่สนามบินกับ หน่วยงานสนับสนุนการขึ้นทะเบียน หรือพนักงานของบริษัทที่ได้ติดต่อประสานงานไว้ก่อนเดินทาง

ขั้นตอน2เริ่มต้นการใช้ชีวิตและการทำงานในญี่ปุ่น

เริ่มต้นชีวิตและการทำงานในญี่ปุ่นแล้ว!

เมื่อเดินทางมาถึงญี่ปุ่นและเริ่มต้นการใช้ชีวิตและการทำงานแล้ว
ท่านจะได้รับการปฐมนิเทศจากหน่วยงานสนับสนุนการขึ้นทะเบียนหรือบริษัท
โดยจะมีการอธิบายข้อควรระวังในการใช้ชีวิตและการทำงานในญี่ปุ่น
หากมีสิ่งใดที่ไม่เข้าใจ ควรสอบถามให้ชัดเจน

ขั้นตอน3หลังจากเดินทางมาญี่ปุ่นได้ระยะหนึ่ง

หลังจากเดินทางมาญี่ปุ่นได้ระยะหนึ่ง

แม้จะคุ้นเคยกับการใช้ชีวิตในญี่ปุ่นแล้ว แต่ก็มีบางคนที่รู้สึกว่างานหรือบริษัทที่ทำงานอยู่ไม่เหมาะกับตนเอง และต้องการเปลี่ยนไปทำงานกับบริษัทอื่น หากต้องการเปลี่ยนงาน ควรใช้บริการของ Hello Work เป็นต้น เพื่อค้นหาบริษัทที่ตนเองต้องการเปลี่ยนไปทำงานด้วย (*) อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะไปทำงานกับบริษัทอื่น ต้องระมัดระวังว่าจำเป็นต้องดำเนินการเปลี่ยนแปลง สถานภาพการพำนัก ให้เรียบร้อย หากไม่ดำเนินการเปลี่ยนแปลง สถานภาพการพำนัก จะถือเป็นการทำงานโดยผิดกฎหมาย

*ไม่สามารถเปลี่ยนงานไปยังสาขาที่แตกต่างออกไปได้ โปรดระมัดระวัง

เมื่อมีเรื่องเดือดร้อนในประเทศญี่ปุ่น

หากมีปัญหาใด ๆ เกิดขึ้นระหว่างการใช้ชีวิตหรือการทำงานในประเทศญี่ปุ่น มีช่องทางให้สามารถขอคำปรึกษาได้ ดังนั้น เมื่อประสบปัญหาในการใช้ชีวิตหรือการทำงานในประเทศญี่ปุ่น ขอให้ไม่เก็บปัญหาไว้คนเดียว และขอแนะนำให้ใช้บริการช่องทางให้คำปรึกษาต่าง ๆ อย่างเต็มที่